ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ! ปวดหัวบ่อยเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพอย่างไร?

0
2605

ทำงานก็หนัก เรียนก็เหนื่อย เดี๋ยวก็ทะเลาะกับแฟน มีปัญหานั่นนู่นนี่จุกจิกอีก เชื่อว่าหลายคนคงมีปัญหาเคร่งเครียดจนส่งผลให้ปวดหัวตุบๆอยู่เป็นประจำ ซึ่งที่จริงแล้วก็เป็นเรื่องปรกติ แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่ควรเพิกเฉย เพราะถ้านานๆทีปวดหัวทีอาจไม่มีอะไรน่าห่วง แต่ถ้าปวดบ่อยปวดเป็นงานอดิเรก อันนี้อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่ร่างกายกำลังพยายามสื่อสารกับเราว่า เรามีปัญหาสุขภาพบางอย่างก็เป็นได้ อาจไม่ใช่ปวดเพราะความเครียด

บางคนก็ปวดหัวมากจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ขับรถแล้วรู้สึกเหมือนจะวูบ ทำงานไม่ไหว เป็นต้น หากมีอาการติดต่อการนาน หรือบ่อยครั้ง ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อตรวจให้รู้ว่าเป็นอะไรกันแน่

ซึ่งการปวดหัวแบบเรื้อรังนั้นสามารถเป็นตัวบ่งชี้ปัญหาสุขภาพมากมายได้หลายอย่าง เช่นดังต่อไปนี้…

  1. มีภาวะโลหิตจาง โดยผู้ที่มีภาวะโลหิตจางนั้นจะปวดหัวง่ายกว่าปรกติ เนื่องจากบางครั้งเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ควรไปพบแพทย์เมื่อมีอาการ ซึ่งแพทย์มักจะให้ยาแก้ปวดและยากระตุ้นการไหลเวียนของเลือดมาทาน พร้อมทั้งแนะนำให้พักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่นอนดึกจนเกินไปด้วย
  2. ถ้าปวดในลักษณะที่มีอาการเวียนหัวแบบบ้านหมุนร่วมด้วย อาจแปลว่าหินปูนในหูเคลื่อน จึงส่งผลต่อสมรรถภาพในการทรงตัว ทำให้รู้สึกว่าบ้านหมุน ลุก ยืน ไม่อยู่ ซึ่งโดยอาการแล้วไม่ได้มีผลร้ายแรงต่อสุขภาพอะไร แต่จะร้ายแรงก็ต่อเมื่ออาการออกตอนกำลังขับรถ หรือเดินอยู่ เพราะอาจรู้สึกทรงตัวไม่อยู่จนเกินอุบัติเหตุได้ วิธีการรักษานั้นมีทั้งการให้ยาแก้เวียนหัว และการทำกายภาพบำบัด
  3. ถ้าปวดทีละไม่นาน แต่ปวดรุนแรงมาก อาจบ่งบอกได้ว่าคุณมีปัญหาเกี่ยวกับเส้นเลือดในสมองก็เป็นได้ หากมีอาการแล้วอย่านิ่งนอนใจ ให้รีบไปพบแพทย์ทันที
  4. ถ้าปวดหัวโดยมีการรู้สึกว่าตาพร่ามัวร่วมด้วย ร่างกายไม่มีแรง และปวดอยู่บ่อยๆ อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงมะเร็งในสมอง
  5. ถ้าปวดบริเวณท้ายทอย บวกกับรู้สึกหน้ามืด คลื่นไส้ ร่างกายไม่มีแรง เป็นไปได้ว่าคุณอาจเป็นโรคเส้นเลือดในสมองแตก

อย่างไรก็ตาม อย่าเพิ่งตีโพยตีพายไปก่อนว่าตัวเองจะเป็นโรคร้ายแรงอะไร ให้ไปพบแพทย์ก่อน แล้วแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยเอง

ว่าแต่ถ้าเรามีอาการปวดหัวอยู่บ่อยๆ เราจะมีวิธีดูแลตัวเองได้อย่างไร?

-ทานยาแก้ปวด แต่ไม่ควรทานมากเกินไป เพราะจะสะสมเป็นสารพิษในร่างกายได้ ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด

-งดการเสพสื่อ หรืออยู่ใกล้สิ่งที่ทำให้ตนเองเครียดง่าย และให้หากิจกรรมที่ผ่อนคลายทำแทน เช่น ฟังเพลง ดูการ์ตูน ไปเที่ยวกับเพื่อน

-ไม่ควรจ้องหน้าจอโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ มือถือ แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์อื่นใดนานเกินไป

-พักผ่อนให้เพียงพอ นอนวันละ 7-8 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ

Facebook Comments