fbpx

โปรตีนในปลาแซลมอนเป็นโปรตีนที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่าย นอกจานี้โปรตีนจากปลาแซลมอน
ยังมีข้อดีกว่าเนื้อสัตว์อื่นๆ เพราะโปรตีนจากปลาแซลมอนนั้

  • ไม่มีสารก่อมะเร็ง 
  • นอกจากนั้นยังมีกรดอะมิโน มีโอเมก้า3
  • อุดมไปด้วยวิตามิน A,B และวิตามิน D
  • รวมทั้งแร่ธาตุต่างๆอย่างแคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส และ เซเรเนียม 

ถือว่าปลาแซลมอนเป็นแหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยมสำหรับการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

กิมจิที่ผ่านการดองอย่างดีนั้นจะมี  แอนตี้ไบโอติก ( Anti-Biotic ) ซึ่งแบคทีเรียกรดแลคติก ( Lactic Acid Bacteria ) ที่เกิดจากการดองจะช่วยยับยั้งแบคทีเรียที่ไม่ดีไม่ให้เติบโตขึ้นภายในลำไส้ของเรา กรดแลคติกยังมีหน้าที่ป้องกันโรคต่าง ๆ ได้อีกสารพัดเลย ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน โรคอ้วน หรือ มะเร็งในกระเพราะค่ะ และเจ้าแบคทีเรียตัวนี้นี่แหละค่ะที่ทำให้กิมจิมีรสเปรี้ยว ยังมีสารในกิมจิอีกหลายอย่างนะคะที่ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร เนื่องจากการกินเนื้อสัตว์และอาหารมีกรดชนิดอื่น ๆ ด้วยนะคะ

       ส่วนผสมส่วนใหญ่ในกิมจินั้นจะมีแคลลอรี่และปริมาณน้ำตาลต่ำ แต่กากใยอาหาร วิตามินต่าง ๆ ( โดยเฉพาะวิตามิน A กับ C ) และ แร่ธาตุ อย่างเช่นแคลเซียมและธาตุเหล็ก จะมีอยู่มากเลย !
เพราะฉะนั้นกินได้ไม่ต้องห่วงอ้วนเลย ดีต่อสุขภาพแน่นอน น้ำจากผักและเกลือในกิมจิก็มีคุณค่าด้วยเหมือนกันค่ะ เพราะช่วยชำระล้างให้ลำไส้ของเราสะอาด

วัตถุดิบซูชิ สามารถช่วยทำให้หัวใจแข็งแรง และยังสามารถป้องกันโรคมะเร็งได้อีกด้วย ส่วนปลาดิบนั้นก็ยังมีกรดโอเมก้า3 ของดีของเด็ดที่ช่วยพัฒนาสมอง ช่วยกระตุ้นความจำ และสลายไขมันในหลอดเลือด ช่วยให้หัวใจแข็งแรงและมีสารต้านอนุมูลอิสระทำให้ผิวพรรณสวย กระจ่างใสขึ้น

และนี้ยังอาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งว่า ทำไมคนญี่ปุ่นที่รับประทานอาหาร ซูชิ ประเภทนี้เป็นประจำ ถึงได้มีอายุยืนยาวเฉลี่ยแล้วถึง 85.56 ต่อปี จนกลายเป็นชาติที่อายุยืนที่สุดในชาติหนึ่งของโลกไปแล้

        มีการปลูก วาซาบิ และนำมารับประทานในประเทศญี่ปุ่นมานานหลายศตวรรษ เพราะมีความเชื่อว่าการบริโภควาซาบิ เป็นประจำจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ และยังช่วยต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ ต่าง ๆ มากมาย จากการศึกษาวิจัยทำให้ค้นพบว่าส่วนประกอบของ วาซาบิ สามารถช่วยในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

• ช่วยฆ่าเซลล์มะเร็งชนิดต่าง ๆ
• ช่วยหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในกระเพาะอาหาร
• ช่วยป้องกันเลือดแข็งตัว
• ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันในการกำจัดเซลล์ที่เริ่มผิดปกติ
• ช่วยต่อต้านแบคทีเรีย และเชื้อราที่ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ
• ช่วยป้องกันฝันผุ

        สาหร่าย เป็นแหล่งของโปรตีนคล้ายเนื้อสัตว์ อาหารญี่ปุ่นมีเมนูอาหารที่ใช้สาหร่ายมากมาย ส่วนอาหารจีนก็เช่นเดียวกัน นอกจากปรุงอาหารแล้ว สมัยนี้ยังนิยมนำมาทำเป็นขนมปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลือง น้ำตาล พริกไทย หรือเครื่องปรุงรสต่างๆ สาหร่ายเหล่านี้จะเป็นสายพันธุ์ Porphyra ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า nori เป็นสาหร่ายสีแดง ส่วนอีกสายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ Laminaria เป็นสาหร่ายสีน้ำตาล นอกจากนี้สาหร่ายยังมีไขมัน แป้ง และน้ำตาลน้อยมาก ซึ่งจะเหมาะกับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก หรือผู้ที่มีไขมันในเลือด และสาหร่ายยังให้พลังงานโดยรวมอยู่ระหว่าง 382-366 กิโลแคลอรี่ต่อสาหร่าย 100 กรัม

Facebook Comments